
วงแหวนเว็บ: รวมเว็บของชาวเดฟอินดี้
/ 4 min read
Table of Contents
ลองนึกย้อนกลับไปสมัยอินเทอร์เน็ตยุคแรกๆ ดูสิ ตอนที่ทุกคนยังมีเว็บไซต์ส่วนตัวของตัวเอง พื้นหลังลายดาว ตัวหนังสือกะพริบ ป้าย “Under Construction” กับคนถือพลั่วขุดดิน แล้วก็มีปุ่มเล็กๆ ที่มุมล่างของหน้าเว็บเขียนว่า “Previous · Random · Next”
ปุ่มนั่นแหละคือ Webring หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “วงแหวนเว็บ” กลไกเก่าแก่ที่เคยพาเราท่องจากเว็บหนึ่งไปอีกเว็บหนึ่ง โดยไม่ต้องพึ่ง Google ไม่ต้องพึ่งฟีดอัลกอริทึม
และวันนี้มันกำลังกลับมา ในเวอร์ชันไทยที่ชื่อ วงแหวนเว็บ ดูแลโดย Wonderful Software
Webring มันคืออะไรกันแน่
อธิบายแบบบ้านๆ คือ webring เป็นการเอาเว็บไซต์หลายๆ เว็บมา “ร้อยเรียงต่อกันเป็นวงกลม” เว็บ A ลิงก์ไปเว็บ B, เว็บ B ลิงก์ไปเว็บ C ไปเรื่อยๆ จนเว็บสุดท้ายวนกลับมาที่เว็บ A อีกครั้ง กลายเป็นวงแหวนที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบ
แต่ละเว็บที่เข้าร่วมจะแปะ “ป้าย” หรือชุดปุ่มเล็กๆ ไว้ที่หน้าเว็บตัวเอง คนที่บังเอิญมาเจอเว็บคุณ กดปุ่ม Next ก็จะเด้งไปเจอเว็บของสมาชิกคนถัดไป กดสุ่มก็จะเจอเว็บมั่วๆ ที่อาจจะไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
มันคือ การค้นพบโดยบังเอิญ (serendipity) แบบที่หาไม่ได้แล้วในยุคที่ทุกอย่างถูกป้อนให้เราผ่านอัลกอริทึม
วงแหวนเว็บฉบับไทย
วงแหวนเว็บนี้สร้างขึ้นเพื่อ “ส่งเสริมให้ศิลปิน นักออกแบบ และนักพัฒนาชาวไทย สร้างเว็บไซต์ของตัวเองและแบ่งปันการเข้าชมซึ่งกันและกัน” ตามที่เขียนไว้ในหน้าแรกของเว็บ
ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ มีสมาชิกในวงแล้วกว่า 141 เว็บไซต์ ตั้งแต่บล็อกส่วนตัว พอร์ตโฟลิโอนักออกแบบ ไปจนถึง digital garden ของนักพัฒนา ลองเลื่อนดูรายชื่อสมาชิกได้เลย แต่ละเว็บมีรสนิยมและบุคลิกของตัวเองหมด
ถ้าตาดีจะเห็นว่าลำดับที่ 129 คือ xiengperm.dev ใช่ครับ เว็บที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่แหละ ผมเข้าร่วมวงไปเรียบร้อยแล้ว (เดี๋ยวเล่าให้ฟัง)
ทำไม Webring ถึงกลับมามีความหมายอีกครั้ง
เมื่อก่อนเราอยู่บนเว็บของตัวเอง ทุกวันนี้เราอยู่ใน “บ้านเช่า” ของคนอื่น โพสต์บน Facebook, ลงรูปบน Instagram, เขียนยาวๆ บน Medium เนื้อหาเราอยู่ในกำแพงของแพลตฟอร์ม ใครจะเห็นโพสต์เราก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของอัลกอริทึมในวันนั้น
กระแส indie web หรือการกลับมาทำเว็บไซต์ส่วนตัว เลยเริ่มก่อตัวขึ้นทั่วโลก คนเริ่มอยากมี “บ้านของตัวเอง” บนอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง บ้านที่เราเป็นเจ้าของโดเมน เป็นเจ้าของเนื้อหา และออกแบบได้ตามใจ ไม่มีโฆษณามาคั่น ไม่มีฟีดมาดึงความสนใจ
ปัญหาเดียวของการมีบ้านส่วนตัวคือ… แล้วใครจะมาเจอล่ะ? ในเมื่อไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มใหญ่ที่มีคนพลุกพล่าน
นี่แหละจุดที่ webring เข้ามาแก้พอดี มันคือวิธีที่เว็บเล็กๆ จับมือกันเพื่อให้คนเดินทางไปมาหากันได้ โดยไม่ต้องพึ่งยักษ์ใหญ่ เป็นการช่วยเหลือกันแบบคอมมูนิตี้จริงๆ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
เข้าร่วมยังไง
วงแหวนเว็บนี้เป็น open source บน GitHub ทั้งหมด การเข้าร่วมก็ตรงไปตรงมา
เงื่อนไขคร่าวๆ คือเว็บของคุณต้องเป็น:
- เว็บไซต์ส่วนตัว ไม่แสวงหากำไร (บล็อก พอร์ตโฟลิโอ digital garden)
- มีการอัปเดตเนื้อหาอยู่เรื่อยๆ
- ใช้โดเมนของตัวเอง (ไม่ใช่ subdomain แบบ
.github.io)
ขั้นตอนคือเพิ่มลิงก์/ป้ายของวงแหวนเข้าไปในเว็บคุณ แก้ไฟล์ index.html ในรีโพเพื่อใส่ข้อมูลโดเมน แล้วก็ส่ง pull request เข้าไป รอ maintainer รีวิว เท่านั้นเอง
สำหรับเว็บนี้ผมแปะป้าย “Member of the Webring Alliance” พร้อมลิงก์วงแหวนไว้ที่ footer ด้านล่างสุดของทุกหน้า เป็นไอคอนวงกลมเล็กๆ ที่กดแล้วจะพาไปสู่วงแหวน ใครเลื่อนลงไปสุดหน้าก็จะเจอ
ป้ายวงแหวนที่ footer ของเว็บนี้ เลื่อนลงไปสุดหน้าไหนก็เจอ
คอมมูนิตี้ที่ตามได้
ที่ชอบคือเขาไม่ได้มีแค่เว็บ แต่กระจายตัวอยู่หลายช่องทาง แถมยังมีระบบอัตโนมัติคอยโพสต์บทความใหม่ของสมาชิกไปยังโซเชียลต่างๆ ด้วย ใครอยากตามอ่านงานของคนในวงก็เลือกช่องทางที่ถนัดได้เลย
เพจ Facebook ของวงแหวนเว็บ มีผู้ติดตามกว่า 550 คน
ฝั่ง Bluesky (@webring.in.th) โพสต์ใหม่ของสมาชิกถูกดันขึ้นฟีดให้เองทุกครั้ง
นอกจากนี้ยังรองรับ feed reader ผ่าน OPML และมี RSS/Atom feed ให้ subscribe รวมงานของสมาชิกทั้งวงในที่เดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกลับไปอ่านเว็บผ่าน RSS แบบยุคก่อน
ระบบนี้ทำงานอัตโนมัติล้วนๆ พอสมาชิกมีบทความใหม่ใน RSS มันก็ดึงไปโพสต์ขึ้นโซเชียลให้เอง อย่างโพสต์ก่อนหน้าของผมเรื่องเม็ดมะยม Apple Watch ฝืด ก็โดนดึงไปแชร์ขึ้นเพจให้โดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย
บทความของผมที่ถูกระบบดึงไปโพสต์ขึ้นเพจวงแหวนเว็บให้เอง
ผมเจอวงแหวนเว็บนี้ตอนที่กำลังหาว่าจะทำยังไงให้บล็อกเล็กๆ ของตัวเองมีคนแวะมาบ้าง โดยไม่ต้องไปง้ออัลกอริทึมของใคร พอเข้าร่วมแล้วความรู้สึกมันแปลกดี เหมือนได้กลับไปเป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตยุคที่เว็บยังมี “ความเป็นมนุษย์” อยู่ ที่จริงผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะพาคนมาเว็บผมมากแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักเลย ประเด็นคือมันทำให้รู้สึกว่าเว็บส่วนตัวยังไม่ตาย และยังมีคนไทยอีกร้อยกว่าคนที่เชื่อแบบเดียวกัน ลองแวะไปกดปุ่มสุ่มในวงแหวนดูสักครั้ง แล้วคุณอาจจะเจอเว็บที่ทำให้ยิ้มได้แบบไม่คาดคิด


